เที่ยวอิตาลีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะออกเดินทางคือช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอากาศในช่วงนี้กำลังสบายตัวไม่ร้อนหรือไม่หนาวจนเกินไปและคนก็ไม่เยอะคึกคักเกินเพราะช่วงนี้ไม่ใช่ไฮซีซันของอิตาลี ซึ่งในเดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน ทั้งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศนั้นค่อนข้างเย็นในตอนเช้าและกลางคืน ส่วนในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นและมีช่วงกลางวันสั้น เดือนที่ไม่ควรไปเที่ยวอิตาลีคือเดือนสิงหาคมเนื่องจากที่นี่ในเดือนสิงหาคมจะมีอากาศร้อนมากและประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดราชการสถานที่หลายแห่งก็ปิดทำการ ที่เที่ยวเด่นๆที่น่าไปในอิตาลี

ลาซิโอ (LAZIO) ลาซิโอเป็นแคว้นที่ตั้งของโรมเป็นที่ให้ชมลักษณะเด่นๆของ ปราสาทฟาร์นิเซ วิลล่า เดสเต้ ความงดงามของสวนแห่งนี้คือมีสวนที่ประดับด้วยน้ำพุที่สวยงาม เรียกกันว่าไปชมวิลล่า เข้ามาถึงในกรุงโรม (Rome) ที่เป็นเมืองหลวงในปัจจุบันและเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจจักรวรรดิโรมันในอดีตที่รวมความเจริญทางสถาปัตยกรรมและศิลปะวัฒนธรรมในหลายศตวรรษ เยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของมหานครแห่งโรม เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของโลกศิลปะและโบราณสถานที่งดงามโค้งประตู กระเบื้องโมเสก ศิลปะยุคไบแซนไทน์ที่งดงาม

น้ำพุเทรวี

กรุงโรมมีน้ำพุที่ประดับประดาด้วยประติมากรรมสไตล์บารอกอยู่เป็นจำนวนมาก อีกแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวที่คึกคักอยู่ทางด้านเหนือของโรมเรียกว่าย่านบันไดสเปน บริเวณนี้เป็นแหล่งร้านค้าและร้านอาหารหรูของโรม และที่น่าแปลกคือถนนเล็กๆ แคบๆ คดเคี้ยวแห่งนี้สองข้างทางจำหน่ายสินค้าระดับโลก ร้านกาแฟเก่าแก่ โรงแรมห้าดาวอยู่หลายๆแห่ง และมีโบสถ์วิหารที่สง่างามเป็นสุดยอดศิลปะของยุโรปตะวันตก อนุสาวรีย์แบบอียิปต์ วิหารบารอกและเรเนซองส์ น้ำพุเทรวี ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมาโยนเหรียญเสี่ยงทายลงไปในบ่อน้ำพุ

Colosseum

นอกจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะภาพจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆ ที่เที่ยวอิตาลีที่อื่นๆยังมีโคลอสเซียม (Colosseum) สนามกีฬาขนาดยักษ์ที่จุคนได้ 50,000 คน และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของศาสนาคริสต์ที่เมืองโรมเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายคอทอลิค สถานที่ท่องเที่ยวมีมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปา มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์แห่งนี้เป็นทั้งโบสถ์และเป็นสถานที่รวบรวมผลงานศิลปะชั้นยอด และพิพิธภัณฑ์อันมีชื่อเสียงในคราวเดียวกัน ว่ากันว่าเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะสามารถจุคนได้ถึง 60,000 คนภายในประดับประดาด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย ปาทิ ปิเอต้า รูปสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มศพพระเยซูไว้บนตก ฝีมือของไมเคิลแองเจโล และโบสถ์ซีสทีนที่เป็นจิตรกรรมของไมเคิลแองเจโลที่งดงาม และที่อีกที่งดลามนั่นก็คือโบสถ์ซานตามาเรีย โซปรา มิเนรวามีอนุสาวรีย์รูปช้างแบกเสาโอบิลิสก์ และรูปแกะสลักพระเยซูของไมเคิลแองเจโล

อาคารที่สำคัญจากยุคโรมันอีกแห่ง เป็นวิหารแห่งเทพทั้งปวง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 1 และยังคงมีสภาพสมบูรณ์ถึงปัจจุบัน วิหารแพนธีออนเป็นต้นแบบของงานก่อสร้างเรื่องของเสาและจั่ว และอาคารทรงโดมกลมครอบอาคารทรงกลม ที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันแพนธีออนกลายเป็นโบสถ์คริสต์ และเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อิตาลีหลายพระองค์

หอเอนเมืองปีซา

pisa

เมืองปีซ่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ เมืองเมืองท่าใหญ่บนปากน้ำ

อาร์โน ซึ่งทางเรือนี้เป็นแหล่งการค้าทางน้ำที่สำคัญแต่เนื่องด้วยตะกอนใหญ่มาตามแม่น้ำอาร์โน มารวมตัวกันที่ปากน้ำกลายเป็นสันดอนปากแม่น้ำ กีดขวางทางเดินเรือ และที่ๆเป็นจุดเด่นคือหอเอนที่สร้างขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมแต่ดินภายใต้ที่สร้างนั้นอ่อนนุ่มทำให้หอมีลักษณะเอน ชื่อเต็มๆของหอเอนนี้คือ หอรัฆังตอร์เรเปนเด็นเต สูง 165 ฟุตเมื่อเริ่มสร้างได้ 3 ชั้นหอเริ่มเอียง ออกจากฐานแต่ก็มีการสร้างจนเสร็จ และเมื่อที่หอนี้เอียงเท่านั้นแหละทำให้หอเอนเมืองปีซ่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งมีอายุมากกว่า 800 ปี

Pin It

Comments

comments