สะพานแม่น้ำแคว หนึ่งในจุดที่อบอวลไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความเก่าแก่และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ ประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมามีความเกี่ยวเนื่องอย่างเด่นชัดกับความหายนะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หากได้ย้อนมองกลับไปเราจะพบกับการก่อกำเนิดของสะพานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความเจ็บปวด การก่อสร้างที่ต้องผ่านความยากลำบากอย่างมากมาย ทับถมอยู่ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของผู้กล้าจนกลายเป็นรูปร่างของสะพานตั้งตระหง่านทอดตัวผ่านแม่น้ำแควใหญ่ จนได้รับการขนานนามให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สะพานแม่น้ำแคว

ถือกำเนิดสะพานสายมรณะ

การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควหรือสะพานสายมรณะเริ่มต้นขึ้นจากการรวมตัวกันของทหารชาวต่างชาติ อันประกอบไปด้วยกองทัพญี่ปุ่นที่ได้กวาดต้อนเหล่าเฉลยศึก ทหารอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกัน ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ รวมทั้งหมดประมาณ 60,000 คน บวกกับเหล่ากรรมกรชาวจีน ไทย พม่า อินเดีย ญวน ชวาและมลายู มีเป้าหมายเพื่อการก่อสร้างสะพานสายยุทธศาสตร์ที่จะช่วยให้การข้ามแม่น้ำสายใหญ่แห่งนี้กลายเป็นเรื่องง่ายและใช้เวลาในการเดินทางสั้นขึ้นจากเดิม ที่ต้องผ่านเส้นทางน้ำอันเชี่ยวกรากก่อน

หลังจากการสร้างเสร็จสิ้นกินเวลาทั้งหมดประมาณ 1 เดือนเศษ สะพานก็ได้เปิดตัวและใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2486 จุดสำคัญอยู่ที่การก่อสร้างล้วนต้องแลกมาด้วยชีวิตของเหล่าเชลยศึกอย่างมากมาย ทั้งจากการสงคราม ภาวะขาดแคลนอาหารและการเจ็บไข้ได้ป่วยที่ไร้ซึ่งการเยียวยารักษา เมื่อกาลเวลาผ่านไปที่นี่ยังถูกทำลายลงด้วยระเบิดจากสงครามอีกหลายครั้ง จนต้องได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสงครามสิ้นสุดลง สะพานแห่งนี้ก็ยังคงตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์อันเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความเจ็บปวดที่เราต้องเรียนรู้กันต่อไป

สะพานสายมรณะ

ความสวยงามอันแปลกประหลาดของสะพานแห่งสันติภาพ

บรรยากาศโดยรอบของสะพานข้ามแม่น้ำแควให้ความรู้สึกลึกลับและแปลกแยกไปกับความเป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสคือความเงียบสงบที่แวดล้อมไปสีเขียวขจีของธรรมชาติรอบด้าน ผืนแม่น้ำแควสายใหญ่ในบางช่วงนิ่งสงบไหลเอื่อยอย่างช้าๆ ตัดผ่านกับตัวสะพานขนาดมหึมาที่ถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลาจนสภาพดูเสื่อมโทรมผุพังไปบ้าง แต่ด้วยวัสดุที่ใช้ส่วนมากเป็นโคงเหล็กสานต่อกัน จึงทำให้สภาพของสะพานยังคงดูแข็งแรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

บริเวณปลายสะพานยังมีการก่อสร้างลูกระเบิดจำลองขนาดย่อมๆ เพื่อแสดงให้ผู้คนที่เดินเข้ามาเยี่ยมชมได้ระลึกถึงความโหดร้ายของการสงคราม เมื่อเดินเข้าไปในตัวสะพาน จะมีส่วนของรางรถไฟเพื่อให้รถไฟวิ่งตัดผ่าน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักให้ความสนใจและเดินทางมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างเนืองแน่น เมื่อขบวนรถไฟกำลังจะเคลื่อนขบวนผ่านเส้นทาง นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปยืนหลบบนทางที่สร้างขึ้นยื่นเลยออกไป ก่อนรถไฟจะเคลื่อนตัวลับตา ช่วงเวลาแห่งความปกติและรื่นรมย์ก็ดำเนินเข้าสู่จังหวะเดิมอีกครั้ง

สะพานแห่งสันติภาพ

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมส่วนแสดงหัวรถไฟโบราณ ตั้งหัวรถจักรไอน้ำ หัวรถจักรดีเซลและหัวรถจักรที่ใช้สำหรับการบรรทุกแร่ตั้งโชว์อยู่เพื่อแสดงให้เห็นวิวัฒนาการของรถไฟไทยที่ถูกพัมนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหัวขบวนรถอันคุ้นตาอย่างในปัจจุบัน

แม้ว่าความทันสมัยจะกลืนกินสังคมไปมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราได้ลองมายืนอยู่บนสะพานสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ อาจจะรู้สึกได้ถึงเสียงร่ำไห้และความบ้าคลั่งของสงครามที่ยังไม่เคยมอดดับลงไป สันติภาพอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องในความทรงจำที่เราทุกคนไม่เคยนึกถึงจนกว่าจะถึงกาลแห่งความสูญสิ้นจบลงไปก่อนเช่นเดียวกับสะพานสายมรณะแห่งสันติภาพแห่งนี้

Pin It

Comments

comments