บรรยากาศตลาดน้ำริมฝั่งคลองอันเก่าแก่ ณ ตลาดน้ำอัมพวา ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เดินทางมา มีเป้าหมายเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันคลาสสิค และกลิ่นอายของตลาดโบราณแบบจริงๆ ในชุมชนที่มีชาวบ้านเป็นพ่อค้าแม่ค้า หลากหลายด้วยสินค้าพื้นบ้านมากมาย ทั้งอาหารคาวหวานไปจนถึงสินค้างานฝีมือและหัตถกรรมขึ้นชื่อ เสน่ห์ของที่นี่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากบรรยากาศอันคึกคัก เรายังจะได้เข้าไปสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งยังคงสอดคล้องกับสายน้ำ เราจะได้เห็นวิถีที่ชาวบ้านยังใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง อีกทั้งยังมีร้านรวงที่เปิดกันบนเรือขนาดเล็ก ให้บรรยากาศอบอุ่น และอบอวลไปด้วยความรู้สึกแห่งอดีตที่สอดแทรกอยู่ภายในสิ่งก่อสร้างที่ยังคงสภาพความเป็นไทยได้อย่างน่าสนใจ

ตลาดน้ำอัมพวา1

เต็มอิ่มกับความอร่อยและสินค้าอันหลากหลาย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางเข้ามายังตลาดแห่งนี้ จะเปิดให้บริการในวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ในช่วงเวลา 15.00 น. จนถึง 17.00 น.เมื่อความคึกคักเริ่มต้นขึ้น พ่อค้าแม้ค้าก็เข้าสู่ที่หมายของตัวเอง เปิดร้านรวง และตระเตรียมสินค้าจัดวางหน้าร้านเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกันตามความสามารถที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ โดยมากที่เราพบร้านรวงจะมีการตกแต่งให้บรรยากาศเข้ากับสภาพความเก่าแก่ได้อย่างลงตัว ร้านอาหารก็ใช้วัสดุที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ส่วนภายในคลองจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือเร่ขายอาหาร มือสาละวนอยู่กับการปรุงเมนูแสนอร่อย ในขณะที่บางจังหวะก็ต้องไปคว้าไม้พายเพื่อให้เรือถูกคบคุมอยู่กับที่ ส่วนมากตามเรือจะขายเป็นอาหารประเภท หอยทอด เครื่องดื่ม ก๋วยเตี๋ยว และขนมหวานพื้นบ้านต่างๆ ด้านบนริมคลองคือร้านค้าที่มีที่นั่งให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสอาหารไปพร้อมๆ กับชมบรรยากาศริมฝั่งคลอง ความวุ่นวายโกลาหลเป็นส่วนหนึ่งของตลาดแห่งนี้ และเป็นภาพชินตาที่ช่วยสร้างเสน่ห์ให้อัมพวามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวผู้แสดงหาความคลาสสิคที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในโลกยุคใหม่

ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา ชุมชนแห่งสายน้ำที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ก่อนที่ตลาดน้ำอัมพวาจะกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวกันอย่างเต็มรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ในอดีตก็เป็นเพียงคือหนึ่งในชุมชมริมน้ำทั่วไป เป็นศูนย์กลางของการค้าขายขนาดใหญ่และการคมนาคมที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเริ่มต้นขึ้น ชีวิตทางน้ำก็ถูกกระทบด้วยการสัญจรทางบกมากขึ้น ส่งผลให้การคมนาคมทางน้ำเริ่มซบเซาและเลือนหายไปหลายต่อหลายแห่ง จนความคึกคักของตลาดน้ำถูกลดทอนความสำคัญลง ผู้คนเริ่มหันมาใช้ชีวิตในชุมชนเมือง แต่ด้วยความร่วมมือของชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ทำให้อัมพวายังคงปกปักรักษาความวิถีชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้ แม้ว่าบางส่วนจะขาดหายลงไปบ้าง แต่ก็ยังหลงเหลือเสน่ห์ความเป็นท้องถิ่นและชุมชนริมน้ำให้สามารถสืบทอดต่อไปได้ จนกลายเป็นมาเป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงและได้รับการกล่าวขานอย่างมากมาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในความทรงจำของใครหลายๆ คนที่ยังคงสืบทอดความเป็นไทยในอดีตเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ล่องเรือชมหิ่งห้อย เสน่ห์แห่งอัมพวา

ล่องเรือชมหิ่งห้อย เสน่ห์แห่งอัมพวา

ที่พลาดไม่ได้เมื่อใครได้เดินทางมาถึงยังตลาดน้ำแห่งนี้ก็คือ  กิจกรรมล่องเรือชมความสวยงามของเหล่าหิ่งห้อยนับพันตัว ที่เกาะกลุ่มเปล่งแสงสีเขียวระยิบตาบนต้นลำพู จะสามารถเห็นได้ก็ต่อเมื่อเวลายามค่ำคืนที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เรือจะพานักท่องเที่ยวเข้าสู่อีกดินแดนหนึ่ง ซึ่งมีต้นลำพูเป็นที่อยู่อาศัยหลัก ภายใต้บรรยากาศแห่งความเงียบสงบ และมืดมิด ได้ยินเพียงแค่เสียงคลื่นน้ำที่ซัดสาดกระทบข้างเรือและริมฝั่ง พร้อมกับภาพแห่งความอัศจรรย์ของเหล่าหิ่งห้อยที่เปล่งประกายแสงราวกับอยู่ดินแดนแห่งจินตนาการ เป็นภาพอันน่าประทับใจที่จะตราตรึงเราเอาไว้จนแทบอยากจะหยุดช่วงเวลาอันวิเศษนี้เอาไว้ให้ได้นานเท่านาน

เป็นที่น่าเสียดายที่ความเจริญกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เสน่ห์ของอัมพวาเลือนลางลง ความเป็นตลาดน้ำอันเก่าแก่เมื่อในอดีตค่อยๆ จางหายไปจากประวัติศาสตร์ โลกยุคใหม่กำลังกลืนกินวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าที่นี่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในอนาคต เช่นเดียวกับแสงเรืองจากหิ่งห้อยที่ค่อยๆ ดับลง จนเหลือแค่เพียงความมืดมิดและว่างเปล่าของต้นลำพู

Pin It

Comments

comments