สายน้ำอันเชี่ยวกรากของแม่น้ำโขงในยามนี้ ก็คงจะไม่ต่างอะไรไปจากการบอกเล่าถึงพลังอำนาจที่พรั่งพรูออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนของธรรมชาติ แสงแดดในยามบ่ายทอประกายหนักหน่วง ยิ่งช่วยเสริมความระยิบระยับให้กับแม่น้ำอันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนและสรรพสัตว์ เปรียบเสมือนลมหายใจสำคัญที่ชุบชีวิตให้กับผืนป่าคงสภาพสมบูรณ์ในทุกถิ่นฐานที่สายน้ำจะสามารถไหลไปถึง

แม่น้ำโขงเมื่อมองลงมาจากเบื้องบน คือภาพของสายน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำขนาดเล็กย่อยที่แตกแขนงออกไปเป็นกิ่งก้านสาขา ราวกับรากไม้ที่ซอกซอนไชไปตามเนื้อดินเพื่อหล่อเลี้ยงลำต้นของมันให้สมบูรณ์มากที่สุด สายน้ำโขงขนาดมหึมา ลึกล้ำและเชี่ยวกราก สีน้ำบางห้วงขณะขุ่นมัวและบ้าคลั่ง บาง่วงขณะไหลเอื่อยใสจนแทบมองเห็นผืนดินตะกอนเบื้องล่างอย่างชัดเจน

สะดือแม่น้ำโขง

 

ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขง

ต้นกำเนิดของสายน้ำเริ่มขึ้นจากที่ราบสูงธิเบต ของเทือกเขาตังกุลาในมณฑลเชียงไห่ประเทศจีน เกิดจากการละลายก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ไหลตัดผ่านจีนและประเทศพม่า เป็นพรมแดนธรรมชาติที่กั้นขวางแบ่งดินแดนระหว่างทั้งสองประเทศอย่างชัดเจน และในประเทศไทยแม่น้ำโขงยังแบ่งกั้นเขตแดนไทยลาว เป็นสายน้ำสำคัญให้ผู้คนริมฝั่งทั้งสองประเทศได้ใช้ชีวิตทำมาหากินกันมาตั้งแต่ในอดีต แม้ว่าปัจจุบันโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น แต่ผู้คนก็ยังคงมีวีถีอันสืบเนื่องมาจากชนรุ่นก่อนอย่างที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

แม่น้ำโขงจะไหลอยู่ตลอดทั้งปี แต่ในบางช่วงที่ไร้เมฆฝนน้ำที่เชี่ยวกรากก็จะเบาบางลง ลักษณะตลิ่งที่มีควาสูงชันทำให้สายน้ำไหลจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ในหน้าแล้งน้ำจะเหือดแห้งไปจนเห็นแนวตลิ่งดินที่แห้งกรังอย่างชัดเจน แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำก็จะเพิ่มปริมาณขึ้นหลายสิบเมตร พร้อมกับความรุนแรงที่ซาดกระเซ็นอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจากแม่น้ำโขงมีต้นกำเนิดและสายน้ำที่ทอดยาวไกลหลายประเทศ การท่องเที่ยวจึงมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไปตามพื้นที่ ในแต่ละส่วนของประเทศต่างๆ ทรัพยากรและภูมิประเทศ ทำให้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติในแต่ละท้องที่แตกต่างกันออกไปด้วย

ล่องเรือเที่ยวชมแม่น้ำโขง

ล่องเรือเที่ยวชมแม่น้ำโขงในดินแดน 3 สายสัมพันธ์

โดยส่วนมากบริเวณที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมล่องเรือชมแม่น้ำโขงจะเป็นส่วนที่เรียกว่า “สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ”คือพื้นที่รอยต่อของ 3 ประเทศสมัพันธ์เชื่อมต่อกันอยู่ ประกอบด้วยประเทศไทย ลาวและพม่า ซึ่งมีแม่น้ำโขงเป็นตัวแบ่งเส้นเขตแดนตัดผ่าน เป็นหนึ่งจุดที่มีความคึกคักและเป็นเส้นเศรษฐกิจสายสำคัญ ริมฝั่งมีร้านรวงที่เปิดขายของที่ระลึก ป้ายสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพบันทึกความทรงจำ มีร้านอาหาร และท่าเรือเอาไว้บริการสำหรับท่านใดที่สนใจการชมบรรยากาศแม่น้ำโขงในอีกมุมมองหนึ่งอย่างใกล้ชิด

ถัดออกไปไม่ไกลกันนักจะพบกับพิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่นที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง เป็นสถานที่ก่อสร้างขนาดเล็กของกลุ่มเอกชนที่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวของฝิ่น ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว

นอกจากนี้ยังมีวัดภูเช้าตั้งอยู่บนเนินดอยเตี้ยๆ พอให้พ้นสูงจากผืนดิน เป็นซากของสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่จากการขุดค้น มีเพียงแค่ส่วนของฐานที่มั่นคง ประกอบด้วยมณฑปที่ล้อมรอบอยู่กับเจดีย์และมีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกสองชั้น เป็นจุดดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ต้องการชมวิวทิวทัศน์ของสองฝั่งโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำที่จะช่วยให้เห็นบรรยากาศของภูมิประเทศได้ทั้งไทยและลาวอย่างชัดเจน

สายน้ำโขงยังคงเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตวิญญาญผู้คนอย่างแนบแน่น เป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนที่ยังคงจะดำเนินไป แม้ว่ากาลเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหน แต่สายน้ำโขงก็ยังเป็นลมหายใจสำคัญที่ไม่อาจจะตัดรอนออกไปจากสายสัมพันธ์นี้ได้

Pin It

Comments

comments